นันยางคว้ารางวัล Climate Action Leadership 2026 ระดับ High-Level Recognition เวทีเอเชียแปซิฟิก ตอกย้ำแนวทาง Circular Economy ผ่าน Nanyang REBORN นำเศษวัสดุและรองเท้าที่ถูกคัดออกกลับมาสร้างมูลค่าใหม่ พร้อมประเมินศักยภาพลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 140,000 kgCO₂e ต่อปี
นันยาง แบรนด์รองเท้าไทยที่ดำเนินธุรกิจมากว่า 70 ปี เดินหน้ากลยุทธ์ด้านความยั่งยืนด้วยแนวคิด Circular Economy หลังคว้ารางวัล “Climate Action Leadership 2026” ระดับ High-Level Recognition จากเวที Climate & Sustainability Capital Forum (CSCAP 2026) ณ องค์การสหประชาชาติ โดยได้รับการเสนอชื่อจาก AFMA และ Sustainism จากผลงาน “Nanyang REBORN” โครงการที่นำวัสดุจากกระบวนการผลิตและรองเท้าที่ถูกคัดออกกลับเข้าสู่กระบวนการสร้างคุณค่าอีกครั้ง
รางวัลดังกล่าวสะท้อนทิศทางของนันยางในการนำแนวคิด Climate Action มาผสานเข้ากับการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะการจัดการทรัพยากรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่านการออกแบบระบบที่ช่วยลดของเสียและลดการใช้วัตถุดิบใหม่ พร้อมเปลี่ยนวัสดุที่เคยถูกมองว่าเป็นของเหลือจากกระบวนการผลิตให้กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคสามารถใช้งานได้จริง
ดร.จักรพล จันทวิมล กรรมการผู้จัดการ บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวว่า การพัฒนาเรื่องความยั่งยืนควรเริ่มจากสิ่งที่ธุรกิจสามารถลงมือทำได้จริง นันยางจึงย้อนกลับไปพิจารณาตั้งแต่เศษวัสดุในโรงงาน รองเท้าที่ถูกคัดออก ไปจนถึงทรัพยากรที่ยังมีคุณค่า และตั้งคำถามว่าจะทำอย่างไรให้สิ่งเหล่านี้กลับเข้าสู่วงจรการใช้งานได้อีกครั้ง
แนวคิดดังกล่าวนำมาสู่ Nanyang REBORN ซึ่งเริ่มจากหลักคิดในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดของเสีย ลดการใช้ทรัพยากรใหม่ และเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมกับ Climate Action ผ่านผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน โดยการได้รับรางวัลระดับเอเชียแปซิฟิกครั้งนี้ถือเป็นแรงผลักดันให้นันยางเดินหน้าพัฒนาแนวทางดังกล่าวต่อเนื่อง
จาก “Product of Trash” สู่ Circular Product
หัวใจของ Nanyang REBORN คือการทบทวนวงจรชีวิตของรองเท้า ตั้งแต่เศษวัสดุที่เกิดขึ้นระหว่างการผลิต ไปจนถึงรองเท้าที่ถูกคัดออกจากกระบวนการตรวจสอบ แม้บางส่วนจะยังมีคุณสมบัติและวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้
นันยางจึงต่อยอดแนวคิด “Product of Trash” ด้วยหลัก Circular Economy โดยแบ่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ Nanyang Remake รองเท้าที่ผลิตจากเศษผ้าและเศษยางจากกระบวนการผลิต, Nanyang Retake รองเท้าที่ถูกคัดออกจากกระบวนการตรวจสอบ และ Nanyang Retry รองเท้าที่มีร่องรอยด้านรูปลักษณ์ แต่ยังสามารถกลับเข้าสู่วงจรการใช้งานได้ แนวทางดังกล่าวทำให้ Circular Economy ไม่ได้หยุดอยู่ที่ระดับนโยบายองค์กร แต่ถูกนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อและใช้งานได้จริง ขณะเดียวกันยังช่วยยืดอายุการใช้ทรัพยากรและลดความต้องการใช้วัตถุดิบใหม่
ใช้ของเดิมให้คุ้มค่า ลดคาร์บอนจากกระบวนการผลิต
นันยางประเมินว่า Nanyang REBORN มีศักยภาพในการนำรองเท้าประมาณ 10,000 คู่ต่อปี กลับมาสร้างประโยชน์ทดแทนการผลิตรองเท้าใหม่ และประเมินศักยภาพการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไว้ที่ประมาณ 140,000 kgCO₂e ต่อปี ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนการนำแนวคิด Climate Action มาผูกเข้ากับการบริหารทรัพยากรและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยมองตลอดวงจรชีวิตของสินค้า มากกว่าการมุ่งลดผลกระทบเฉพาะในกระบวนการผลิตเท่านั้น
ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การเปลี่ยนมุมมองต่อสิ่งที่ถูกคัดออกจากระบบ จากเดิมที่อาจถูกมองเป็นของเสียหรือผลิตภัณฑ์ที่หมดคุณค่า สู่การค้นหาวิธีนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ ซึ่งช่วยสร้างทั้งคุณค่าทางธุรกิจและคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
ดร.จักรพล กล่าวว่า รางวัล Climate Action Leadership 2026 เป็นอีกหนึ่งแรงยืนยันว่า การเปลี่ยนแปลงด้านความยั่งยืนสามารถเริ่มต้นจากการปรับวิธีคิดภายในองค์กร ก่อนต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์และผู้บริโภค
“เรื่องเล็กที่เริ่มจากภายในโรงงานสามารถส่งต่อคุณค่าออกไปได้ไกลกว่าที่คิด จากเศษผ้าหนึ่งชิ้น เศษยางหนึ่งส่วน หรือรองเท้าหนึ่งคู่ที่ถูกคัดออก หากเรากลับมามองด้วยวิธีคิดใหม่ สิ่งเหล่านี้สามารถมีชีวิตต่อและสร้างคุณค่าได้อีกครั้ง นันยางอยากเดินหน้าพัฒนาแนวคิดนี้ให้เกิดผลมากขึ้น พร้อมชวนผู้บริโภคและทุกภาคส่วนมาร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลง เพราะ Climate Action สามารถเริ่มต้นได้จากทุกก้าวของเรา” ดร.จักรพล กล่าว