บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกภายใต้แบรนด์ “แม็คโคร” และ “โลตัส” เดินหน้ายกระดับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมสู่มาตรฐานสากล ล่าสุดได้รับการรับรอง ISO 14001:2026 จาก LRQA เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 นับเป็นองค์กรแรกในอุตสาหกรรมค้าปลีกไทยที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานฉบับใหม่ล่าสุด โดยครอบคลุมการดำเนินงานของแม็คโครและโลตัสทุกสาขา รวมถึงศูนย์กระจายสินค้าทั่วประเทศ
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนการปรับแนวทางด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กร จากการดำเนินงานในลักษณะ “โครงการ” ไปสู่การสร้าง Environmental Management System (EMS) ที่เชื่อมโยงกับกระบวนการดำเนินธุรกิจในทุกระดับ โดย ISO 14001:2026 ซึ่ง ISO ประกาศใช้อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้เพิ่มน้ำหนักต่อประเด็นความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่ธุรกิจต้องเผชิญ ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และผลกระทบตลอดห่วงโซ่คุณค่า รวมถึงบทบาทของผู้นำองค์กรในการกำกับ ติดตาม และปรับปรุงผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
ศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ISO 14001:2026 ช่วยยกระดับการบริหารสิ่งแวดล้อมให้มีแนวทางใกล้เคียงกับการบริหารธุรกิจ โดยองค์กรสามารถประเมินความเสี่ยงจากผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และนำข้อมูลดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจ การกำหนดความรับผิดชอบของผู้บริหาร การบริหารการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนการติดตาม วัดผล ตรวจสอบ และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
“สำหรับ ซีพี แอ็กซ์ตร้า เราไม่ได้ต้องการเพียงให้แต่ละสาขาผ่านมาตรฐาน แต่ต้องการให้มาตรฐานกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิธีคิดและวิธีทำงาน เพราะ ISO 14001:2026 ไม่ใช่เพียงเรื่องของการได้รับการรับรอง แต่เป็นระบบบริหารจัดการที่ช่วยให้องค์กรมองเห็นความเสี่ยง วางแผน ลงมือทำ วัดผล และปรับปรุงการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างต่อเนื่อง และทำให้เรื่องสิ่งแวดล้อมเชื่อมโยงเข้ากับการดำเนินธุรกิจในทุกระดับ”
ค้าปลีกขนาดใหญ่ ความท้าทายอยู่ที่ “การทำให้ระบบเดินได้ทั้งเครือข่าย”
สำหรับธุรกิจที่มีเครือข่ายสาขาขนาดใหญ่ การจัดการสิ่งแวดล้อมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประเด็นใดประเด็นหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องตั้งแต่การใช้พลังงานและน้ำ ระบบทำความเย็น การจัดการสินค้าและอาหาร บรรจุภัณฑ์ การขนส่ง ไปจนถึงการคัดแยกและจัดการของเสีย
เมื่อกิจกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นในเครือข่ายแม็คโครและโลตัสทั่วประเทศ การบริหารจัดการจึงต้องอาศัยมาตรฐานเดียวกัน ระบบติดตามที่ชัดเจน และการมีส่วนร่วมของบุคลากรในทุกระดับ เพื่อให้การลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมสามารถขยายผลได้จริง
การได้รับ ISO 14001:2026 จึงสะท้อนการสร้าง “ระบบ” ที่ทำให้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมถูกนำไปใช้ในกระบวนการทำงานจริง ตั้งแต่ระดับนโยบาย การกำหนดเป้าหมาย การบริหารความเสี่ยง ไปจนถึงการปฏิบัติในแต่ละสาขา โดยผู้บริหาร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพนักงานในระดับปฏิบัติการ ต่างมีบทบาทร่วมกันในการขับเคลื่อนระบบดังกล่าว
จาก Zero Waste สู่การบริหารทรัพยากรแบบหมุนเวียน
ระบบ ISO 14001:2026 ยังเข้ามาเสริมแนวทางการดำเนินงานภายใต้แนวคิด “ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste” ที่มุ่งลดของเสียและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน ตั้งแต่การจัดการขยะอาหาร การนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ การรับคืนบรรจุภัณฑ์พลาสติก ไปจนถึงการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ที่ผ่านมา ซีพี แอ็กซ์ตร้า ลดปริมาณขยะที่ส่งไปฝังกลบได้รวม 75,973 ตัน แบ่งเป็นขยะอาหาร 16,010 ตัน และขยะรีไซเคิล 59,963 ตัน พร้อมรับคืนบรรจุภัณฑ์พลาสติกกว่า 7 ล้านขวด ผ่านสาขาแม็คโคร–โลตัส และจุดรับคืนขวดพลาสติกทั่วประเทศ ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 179,619 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
ด้านพลังงาน บริษัทฯ ขยายการติดตั้ง Solar Rooftop ในศูนย์กระจายสินค้าและสาขาแม็คโคร–โลตัสรวมกว่า 1,384 แห่ง พร้อมนำยานยนต์พลังงานสะอาดกว่า 300 คัน มาใช้ในการขนส่งสินค้า ขณะที่สัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็น 16% ของการใช้พลังงานทั้งหมด หรือกว่า 307 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี
การบริหารจัดการยังครอบคลุมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การเลือกใช้สารทำความเย็นที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำ และการเปลี่ยนผ่านสู่การขนส่งด้วยยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อจัดการผลกระทบตั้งแต่การดำเนินงานภายในสาขาไปจนถึงห่วงโซ่คุณค่า
จากมาตรฐาน ISO 14001:2026 ซีพี แอ็กซ์ตร้า ยังคงเดินหน้าสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2030 และ Net Zero ภายในปี 2050 พร้อมขับเคลื่อนเป้าหมาย Zero Waste to Landfill โดยมุ่งให้ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมสามารถวัดผลและพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับซีพี แอ็กซ์ตร้า การได้รับมาตรฐานล่าสุดจึงไม่ได้เป็นเพียงหมุดหมายด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นการวางระบบให้ Sustainability เข้าไปอยู่ในกระบวนการบริหารธุรกิจ ตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง การใช้ทรัพยากร การดำเนินงานของสาขา ไปจนถึงการตัดสินใจในระดับองค์กร เพื่อให้การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสามารถเกิดขึ้นได้ในวงกว้างและต่อเนื่องตลอดทั้งเครือข่าย