ชญาภา จูตระกูล เปิดมุมคิดปั้นแบรนด์ลักชัวรี ยุคใหม่ ต้องสร้าง “ความสัมพันธ์” มากกว่า “ภาพลักษณ์”

ชญาภา จูตระกูล ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ The Bureau of Wonders ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์บนเวที Business of Luxury Summit Asia Edition 2026 ณ โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 19–20 ตุลาคม 2569 ในหัวข้อ “The Rise of Female Wealth and Entrepreneurship”

ชี้ทิศทางธุรกิจลักชัวรีที่กำลังเปลี่ยนผ่าน เมื่อความหรูหราไม่อาจหยุดอยู่เพียงสินค้าและภาพลักษณ์ แต่ต้องสร้างประสบการณ์ การมีส่วนร่วม และความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภค

เมื่อผู้บริโภคคาดหวังจากแบรนด์มากกว่าคุณภาพสินค้าและสถานะทางสังคม โจทย์ของธุรกิจลักชัวรีจึงไม่ใช่เพียงการสร้างภาพจำให้โดดเด่น แต่คือการสร้างความหมายที่ทำให้ผู้คนอยากเข้ามามีส่วนร่วมและผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว นี่คือมุมมองที่ ชญาภา จูตระกูล ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ บูโร ออฟ วันเดอร์ส จำกัด (The Bureau of Wonders) เอเจนซีด้านการสื่อสารและสร้างแบรนด์ลักชัวรี นำเสนอในเวที Business of Luxury Summit Asia Edition 2026 ซึ่งจัดโดย Nikkei และ Financial Times

เวทีดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–20 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพฯ รวบรวมผู้ประกอบการและผู้นำในอุตสาหกรรมลักชัวรีจากนานาประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อความเป็นผู้ประกอบการ ภาวะผู้นำ และทิศทางของธุรกิจหรูในบริบทที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

ชญาภาร่วมเสวนาหัวข้อ “The Rise of Female Wealth and Entrepreneurship” กับ แองเจลิกา เฉิง (Angelica Cheung) บรรณาธิการผู้ก่อตั้ง Vogue China และผู้ก่อตั้ง AMH Consulting และซินเธีย เวียร์โจโน่ (Cynthia Wirjono) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Oaken Lab โดยแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับบทบาทของผู้หญิงในการสร้างความมั่งคั่ง การพัฒนาธุรกิจ และการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมลักชัวรี

จากการขายภาพลักษณ์ สู่การสร้างคุณค่าที่ผู้บริโภคสัมผัสได้

จากประสบการณ์การสร้างธุรกิจของตนเอง ชญาภามองว่า การสื่อสารแบรนด์ลักชัวรีในยุคใหม่จำเป็นต้องก้าวข้ามกรอบเดิมที่เน้นการนำเสนอสินค้า ความพิเศษ และภาพลักษณ์แห่งความหรูหรา ไปสู่การสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายระหว่างแบรนด์กับผู้คน เพราะคุณค่าของแบรนด์ไม่ได้เกิดขึ้นจากสิ่งที่แบรนด์สื่อสารเพียงฝ่ายเดียว แต่ยังเกิดจากประสบการณ์และความรู้สึกที่ผู้บริโภคมีร่วมกับแบรนด์ด้วย

แนวคิดนี้สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของการสื่อสาร จากเครื่องมือสร้างการรับรู้ไปสู่การสร้างความผูกพันที่ต่อเนื่อง โดยแบรนด์ต้องเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง เปิดพื้นที่ให้เกิดการมีส่วนร่วม และออกแบบประสบการณ์ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย

ตัวอย่างหนึ่งคือ JAI by OneSiam โครงการภายใต้กลุ่มสยามพิวรรธน์ที่มุ่งเชื่อมโยงผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อและศักยภาพ ผ่านรูปแบบสมาชิกและการสร้างชุมชน แนวทางดังกล่าวสะท้อนการใช้กลยุทธ์การสื่อสารเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์ มากกว่าการเพิ่มการมองเห็นหรือกระตุ้นการซื้อในระยะสั้นเพียงอย่างเดียว

สำหรับธุรกิจลักชัวรี การสร้างชุมชนและประสบการณ์ร่วมจึงเป็นอีกแนวทางในการพัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้าให้ลึกซึ้งขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้แบรนด์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค แทนที่จะจำกัดบทบาทอยู่ที่การเป็นเจ้าของสินค้าระดับพรีเมียม

ภาวะผู้นำไม่ได้วัดจากการทำตามกรอบเดิม

ชญาภากล่าวว่า “ในฐานะของผู้นำรุ่นใหม่ ฉันเชื่อว่าเราควรจะตั้งคำถามที่กว้างขึ้น เช่น เราจะช่วยส่งเสริมยกระดับอุตสาหกรรมลักชัวรีได้อย่างไร มากกว่าการยึดติดกับการทำในสิ่งเดิม ๆ ที่ทำกันมา สำหรับฉันแล้วการสื่อสารไม่เพียงแค่การเล่าเรื่องราวของแบรนด์ แต่คือการสร้างการเชื่อมโยงที่มีความหมายระหว่างแบรนด์และผู้คน เหนือสิ่งอื่นใดการเป็นผู้ประกอบการคือความกล้าที่จะเดินตามสิ่งที่คุณเชื่อมั่น รับผิดชอบต่อสิ่งที่คุณตัดสินใจ และทำให้เห็นว่าสิ่งที่คุณได้สร้างขึ้นมานั้นมีคุณค่าอย่างแท้จริงทั้งกับลูกค้าของคุณเองและลูกค้าของแบรนด์เหล่านั้นด้วย”

มุมมองดังกล่าวสะท้อนบทบาทของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการเติบโตของธุรกิจตนเอง แต่ยังตั้งคำถามถึงคุณค่าที่สามารถส่งต่อไปยังลูกค้าและอุตสาหกรรมโดยรวม โดยเฉพาะในตลาดลักชัวรีที่ความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่ตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการสร้างประสบการณ์และความสัมพันธ์ที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยาก

การเข้าร่วมเวทีระดับนานาชาติครั้งนี้จึงเป็นอีกพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยนำเสนอมุมมองต่ออนาคตของธุรกิจลักชัวรี ซึ่งกำลังให้ความสำคัญกับความเข้าใจผู้บริโภค การเชื่อมโยงทางวัฒนธรรม และการสร้างคุณค่าระยะยาวมากขึ้น ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของตลาดและความคาดหวังของผู้บริโภครุ่นใหม่

ท้ายที่สุด ความท้าทายของแบรนด์ลักชัวรีอาจไม่ใช่การทำให้ผู้คนรู้จักมากขึ้นเท่านั้น แต่คือการทำให้ผู้คนรู้สึกว่าแบรนด์มีความหมายต่อชีวิตของพวกเขาอย่างไร และเหตุใดความสัมพันธ์นั้นจึงควรดำเนินต่อไปในระยะยาว

 

#ChayapaChutrakul#JAIbyOneSiam#SiamPiwat#TheBureauOfWonders
Comments (0)
Add Comment